ประวัติความเป็นมา

 

 

                    เป็นที่ทราบกันดีว่า ในอดีตประเทศไทยมีผู้ด้อยโอกาสจำนวนมากที่ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข รัฐบาลจึงได้ออกพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในปี พ.ศ.2545 และก่อตั้งสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในปี พ.ศ. 2546 เพื่อกำกับดูแลหน่วยบริการด้านสาธารณสุขให้เป็นไปตามมาตรฐานแต่ยังมีคนพิการ , ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายอีกจำนวนมากที่ยังไๆม่สามารถเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขที่จำเป็น เนื่องจากไม่สามารถเดินทางไปรับบริการตามสถานพยาบาลหรือหน่วยบริการสาธารณสุขได้

                    กระทั่งปี พ.ศ. 2552 รัฐบาลได้มอบหมายให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น จัดทำโครงการกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพนำร่องใน 3 จังหวัด (หนองบัวลำภู , อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี) เพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้ด้อยโอกาสกลุ่มนี้

                    ต่อมาในปี พ.ศ. 2554 ได้ประกาศหลักเกณฑ์ และแนวทางการดำเนินงานกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็นต่อสุขภาพระดับจังหวัด โดยรับสมัครองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่มีความประสงค์เข้าร่วมบริหารจัดการกองทุน และมีความพร้อมในการสมทบงบประมาณเพื่อสนับสนุนกิจกรรมบริการฟื้นฟูสมรรถภาพ , สนับสนุนอุปกรณ์เครื่องช่วยความพิการตามความจำเป็นแก่ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพ เพื่อนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถดำรงชีวิตประจำวันได้  อีกทั้งยังสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพและความเข้มแข็งขององค์กรคนพิการ , องค์กรผู้สูงอายุ และองค์กรอื่น ๆ ให้สามารถร่วมมือกับหน่วยบริการ ตลอดจนมีส่วนร่วมดูแลสุขภาพช่วยเหลือคนพิการ , ผู้สูงอายุ และผู้ที่อยู่ในระยะที่จำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพในระยะยาว

                    จังหวัดนครราชสีมาได้จัดตั้ง “กองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็นต่อสุขภาพจังหวัดนครราชสีมา” เมื่อปี พ.ศ. 2556 โดยความร่วมมือขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา , สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพ เพื่อนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “กองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพจังหวัดนครราชสีมา” และจัดทำ “โครงการศูนย์สาธิตและยืมอุปกรณ์เครื่องช่วยความพิการฟื้นฟูสมรรถภาพที่บ้าน” ขึ้นในปี พ.ศ. 2560 ทำให้กลุ่มผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพที่มีฐานะยากจนหรืออยู่ในชนบทห่างไกล ได้มีอุปกรณ์เครื่องช่วยความพิการที่จำเป็นไปใช้ที่บ้านได้อย่างต่อเนื่องครอบคลุมทั้งจังหวััด ช่วยลดความแออัดของสถานพยาบาล และลดค่าใช้จ่ายของผู้รับบริการได้เป็นอย่างดี